More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  EndlesS LoVE...PhotosProfileFriendsMore Tools Explore the Spaces community

EndlesS LoVE...

`•._.•♥ღ♥ ที่ฉันฝากชีวิต ทั้งหมดไว้ โดยไม่มีวันทวงกลับคืน ×`¤ ॐ`•._.•♥ღ♥
July 08

ฉันจะดูแลเธอให้ดีที่สุด

 
ในการเดินทาง คงไม่มีนักเดินทางคนไหน ที่รู้ว่าวันใดคือวันที่สุดท้าย
เรามีเวลาที่ยังเหลือสักเท่าไร  ที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกันได้อยู่กับคนที่เรารัก
และเธอคนที่ทำให้นักเดินทางอย่างฉันพบว่า จุดหมายในชีวิตคืออะไร
ด้วยดินแดนที่เธอสร้างไว้ ที่มีชื่อว่าความรัก
 
เมื่อชีวิตของคนเรามันสั้นนัก  สิ่งที่ฉันพอจะทำ 
ในช่วงเวลาที่ยังหายใจ  คือการดูแลเธอให้ดีจากนี้ไป  
เพื่อตอบแทนเรื่องราวดีดีก่อน ที่เวลาของเราจะหมดลง

ปมด้อยใดใดที่ตัวฉันนั้นเคยมีอยู่ แต่แล้วเมื่อพบเธอ
เธอทำให้ฉันกับมองข้ามไป
จากคนเดิมๆที่ไม่มีค่าอะไร สุดท้ายเธอก็เปลี่ยน
ให้ฉันกลับกลายเป็นคนสำคัญ

เธอทำให้ฉันได้รู้ว่าฉันมีค่ามากกว่า ที่ฉันเคยมองเห็นในตัวเอง
และวันนี้ฉันมีสิ่งนี้ ที่มอบไว้แทนความรัก

แม้นานแค่ไหนอีกไกลเท่าไร จะยืนข้างเธอ
และคอยดูแลเธอคนนี้ด้วยหัวใจ
เพื่อตอบแทนเรื่องราวดีดีก่อนที่เวลาของเรา...
 
-사랑해요 -
 
July 05

กาเวน กับ ยัยแม่มด

 
ถ้าเป็นคุณ ... จะเลือกแบบไหน
 
กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว.....
อาเธอร์ถูกจับและจะประหารชีวิต แต่กษัตริย์เสนอให้เขาเป็นอิสระ
ถ้าหากเขาสามารถตอบ ปัญหาแสนยากข้อหนึ่ง ได้ถูกต้อง
อาเธอร์มีเวลาหาคำตอบ 1 ปีเต็ม ถ้าเขาตอบไม่ได้
เขาก็จะถูกประหาร 'คำถามนั้นคือ ....
สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆ คืออะไร ?'

ปัญหาดังกล่าวช่างยากเย็นจนแม้นักปราชญ์ที่ฉลาดก็ยังงุนงง
เขากลับไปยังอาณาจักรของเขาและเริ่มหาคำตอบจากทุกผู้คน
แต่ไม่มีใครให้คำตอบที่น่าพอใจได้
คนส่วนมากจะแนะนำให้เขาไปปรึกษาเรื่องนี้กับยายแม่มดแก่
ซึ่งน่าจะเป็นผู้เดียวที่จะรู้คำตอบ
แต่ราคาค่าปรึกษาคงจะแสนแพง

แล้ววันสิ้นปีก็มาถึง
อาเธอร์ไม่มีทางเลือกอื่น
แม่มดตกลงจะให้คำตอบ
แต่อาเธอร์ต้องยอมรับเงื่อนไขแลกเปลี่ยนก่อน
นังแม่มดต้องการแต่งงานกับกาเวน
อัศวินผู้ทรงเกียรติสูงสุดของ
เหล่าอัศวินโต๊ะกลม
และเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของอาเธอร์

อาเธอร์หนุ่มถึงกับสยองขวัญ
เพราะยายแก่หลังโกงเหม็นก็เหม็น
มีฟันเหลือซี่เดียว ตัวก็เหม็นเหมือนถังส้วม
ชอบทำเสียงประหลาดน่ารังเกียจ
เขาปฏิเสธที่จะให้เพื่อนรักแต่งงานกับหล่อน

ฝ่ายกาเวนพอได้รับรู้ถึงข้อเสนอนั้น เขายอมแต่งงาน
เพื่อชีวิตของอาเธอร์ และการดำรงอยู่ของอัศวินโต๊ะกลม
และยายแม่มดก็ให้คำตอบต่อคำถามของอาเธอร์
'สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆ ก็คือการได้เป็นตัวของตัวเอง'
ทุกคนทราบได้ทันทีว่าแม่มดได้กล่าวอมตะวาจาอันยิ่งใหญ่
และอาเธอร์ก็รอดพ้นจากการประหารแน่นอน
และก็เป็นเช่นนั้นจริง


แต่ทว่า........งานแต่งงานของกาเวนกับนังแม่มดช่างเหลือรับจริงๆ
กาเวนสง่าผ่าเผยเช่นปกติทั้งสุภาพอ่อนน้อม
ส่วนฝ่ายนังแม่มดเฒ่านั้นออกลายนิสัยเลวสุดเดช
ทั้งกินมูมมามด้วยสองมือ ทั้งเรอ ทั้งตด
ทุกผู้คนต่างรู้สึกอึดอัด และ
แล้วยามค่ำของวันส่งตัวก็มาถึง

กาเวนได้ปลอบตนเองพร้อมรับคืนสยองเขาก้าวเขาสู่ห้องนอนวิวาห์
ช่างไม่เชื่อสายตาตนเอง!!!!
หญิงสาวแสนสวยที่สุดที่
เคยพบพานนอนรออยู่เบื้องหน้า
กาเวนงุนงง ???? สาวแสนสวยเฉลยว่า

เพราะกาเวนช่างแสนดีกับหล่อน (เมื่อยามเป็นแม่มด)
ดังนั้นครึ่งหนึ่งของวัน เธอจะอยู่ในสภาพพิกลพิการน่า
รังเกียจส่วนอีกครึ่งหนี่งของวัน เธอจะอยู่ในร่างแสนสวยนี้
กลางวันเขาอยากให้เธอเป็นแบบไหน กลางคืนอยากให้เป็นแบบไหน?

เป็นคำถามที่ช่างโหดร้าย!!! กาเวนเริ่มคิดไตร่ตรอง
หญิงสาวสวยยามกลางวันเพื่ออวดต่อเพื่อนฝูง
แต่กลางคืนเมื่ออยู่สองต่อสอง เป็นยายแม่มด?

หรือว่าเขาควรจะเลือกยายแม่มดตอนกลางวัน
แล้วได้สาวสวยเพื่อเริงระบำยามค่ำคืนดี??
เป็นคุณหล่ะ
 
......
....
...
..
.
 
(กรุณาหยุดคิดสักนิดเมื่อตัดสินใจได้แล้ว ค่อย scroll ลงไปอ่านนะ )
 
 
 
 
 
 
 
เมื่อได้คำตอบของคุณแล้ว
อ่านคำตอบของกาเวนที่อยู่
ข้างล่างนี้ กาเวนตอบว่า
'เขาขอมอบให้เธอเป็นผู้ติดสินใจเลือกเอง'
เมื่อเธอได้ยินดังนั้น เธอ
จึงประกาศก้องว่าเธอจะสวยตลอดเวลา
เพราะเขาได้ให้ความเคารพและให้เธอเป็นตัวของตัวเอง
 
 
 
 
นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า...

1. ผู้หญิงไม่ว่าจะสวยหรือจะน่าเกลียด ลึกๆ ข้างในเธอก็คือ แม่มด
2. ผู้หญิงจะกลายร่างเป็นแม่มด หรือเป็นสาวแสนสวยเมื่อไหร่
นั้นขึ้นอยู่กับ ความประพฤติของผู้ชาย
 
 
 
June 21

คำสอน

 
อยากรู้ไหมว่ามีอะไรอยู่ในมือของพ่อ

เมื่อคืนนี้หลังจากกราบพระกับคุณพ่อ คุณแม่แล้ว

คุณพ่อเรียกลูกเข้าไปพบ


แล้วบอกลูกว่าพ่อมีอะไรให้ดู สำคัญมากนะ

แล้วคุณพ่อก็หยิบอะไรสักอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อ เอามือกำไว้

ถามว่าอยากรู้มั้ยว่ามีอะไรในมือพ่อ ลูกพยักหน้า
 
ลูกอยากทราบนี่ค่ะว่ามันคืออะไร
 
ถ้าลูกอยากรู้ ลูกต้องเอามือเขกพื้น 3 ที
 
ลูกสาวทำตาม แต่พ่อว่าไม่ ต้องเขกอีก 5 ที
 
และเปลี่ยนเป็นเขก 10 ที และ 15 ที
 
ก็ลูกอยากทราบนี่ค่ะว่าคืออะไรกันแน่
 
คุณพ่อก็แบมือออกมา มันก็คือเหรียญ 5 บาท ธรรมดาๆนี่เอง
 
ลูกรู้แล้วค่ะ ไม่อยากดูอีก ลูกเบื่อ
 
คุณพ่อว่า เอ้าๆ เขก5 ที จะดูไหม ให้ดู
 
ไม่ค่ะพ่อ
 
งั้นเขกแค่ 1  ที
 
ก็ลูกบอกว่าไม่อยากดูแล้วค่ะพ่อ ลูกเบื่อแล้ว
 
งั้นพ่อให้ดูฟรีๆเลยก็ได้  ดูไหม
 
ลูกก็ดูไปงั้นแหล่ะค่ะ ดูฟรีนี่ค่ะ
 
สิ่งที่พึงหวงสำหรับสตรี เป็นสิ่งมีค่า ถ้าให้ใครรู้ก่อนเวลาอันควรก็จะไม่มีค่าอะไร
 
คุณพ่อบอกว่า
 
"นี่ล่ะลูก อะไรที่เป็นความลับคนมักยอมทำทุกอย่าง
 
เพื่อที่จะได้สมปราถนา อยากดู อยากรู้อยากเห็น
 
แต่เมื่อสมปราถนาแล้ว ดูบ่อยๆแล้วก็มักจะเบื่อ
 
ให้ดูฟรีๆ ยังไม่อยากจะดูหรือสนใจเลย
 
สิ่งที่พึงหวงนั้นเป็นสิ่งที่มีค่า
 
ถ้าให้ใครล่วงรู้ก่อน หรือล่วงรู้ง่ายๆ
 
ก็จะไม่มีค่าอะไร ...
 
ไม่ต่างจากหรียญ 5 บาทที่พ่อให้ลูกดูฟรีหรอก"
 

 

June 12

สายซ้อนสุดท้ายของชีวิต

 
วิได้อ่านเมลล์ฉบับหนึ่งจึงขออนุญาตนำเอาลงในบล๊อคเพื่อเป็นข้อคิดเตือนใจ ...
 ซึ่งในเมลล์นั้น ได้กล่าวถึงผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผู้ชายคนนี้รัก ...
 เป็นผู้หญิงคนเดียวที่เขาสามารถคุยกับเธอได้ทุกเวลา
วิเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่
 รู้แค่เพียงว่า ... จะต้องไม่มีคำว่า
"สาย"
 
ในขณะที่.... ผมก็เป็นเช่นเด็กวัยรุ่นทั่วๆ ไป เรียน เที่ยว นอน กิน
"ไง ตัวเองวางก่อนดิ"
ดึกๆ ผมก็โทรคุยกับแฟนของผม
ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้มันก็เป็นกิจวัตรประจำผมก็เชื่อว่าใครๆก็ทำแบบนี้กัน
'จ้า ตัวเอง วันนี้กินข้าวรื้อยาง'
'กินกับอะไรบ้าง แล้วตอนกินตัวเองคิดถึงเค้ามั้ยเนี่ย'

ประโยคต่างๆ ที่ผมได้คิดและคัดสรรเตรียมพร้อมมาต่างๆ ก่อนโทร
ผมยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ตอนดึกไปกับการคุยโทรศัพท์
ระยะเวลาอันผมได้ใช้ไปในแต่ละครั้งนั้น
พอรู้สึกอีกทีก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว
แต่ผมก็ไม่ชอบนะ หากใครจะมาว่าผมไร้สาระ
ก็ไม่เห็นหรอคนส่วนใหญ่เค้าก็ทำกัน
'เอ้อ เกือบลืมไปอีกอย่าง กิจวัตรอีกอย่างนึงของผมก็คือ

แม่ของผมมักชอบโทรหาผมทุกวัน' 'ตอนนี้ลูกอยู่หอรึยัง'
'เย็นนี้กินข้าวอิ่มมั้ย' 'วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง' 'อย่าไปเที่ยวที่ไหนไกลนะ'
โธ่!คำถามเดิมๆ ผมก็ตอบไปแบบเดิมๆ
แม่ผมก็ไม่เบื่อซักที ยังคงโทรหาผมเป็นประจำ
โชคดีที่ผมพยายามตัดบทคุย
ผมกับแม่น่ะคุยกันไม่กี่นาทีก็วางแล้ว
ก็มันไม่มีอะไรจะคุยจะให้ผมทำยังไง
จนกระทั่งวันนั้น 'ตัวเองตอบเค้าได้รึยังว่ารักเค้ามั้ย'
'เร็วๆสิ เค้ายังอุฒส่าห์บอกรักตัวเองไปแล้วนะ'
'แล้วยังจะใจร้ายไม่บอกรักเค้าอีกหรอ'
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ เสียงจากโทรศัพท์บอกผมว่ามีสายซ้อน
ผมมองไปที่หน้าจอมันขึ้นชื่อว่า 'Home'
'โธ่ แม่โทรมาทำไมตอนนี้เนี่ย กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย'
เพราะผมรู้ว่าสิ่งที่แม่จะคุยกับผมก็คงเป็นประโยคเดิมๆ
'และนั่นก็เป็นโอกาสสุดท้าย ที่ผมจะมีโอกาสฟังเสียงของแม่'

หลังจากนั้นไม่นานทางญาติของผมโทรมาแจ้งผมว่า
เมื่อคืนนี้บ้านของผมถูกขโมยเข้า และแม่ของผมขัดขืน
และได้ต่อสู้กับโจร จึงถูกโจรใช้มีดแทงเข้าที่ท้อง
แม่เสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว
ญาติของผมเล่าอีกว่าตอนไปพบศพแม่นั้น
ในมือของแม่กำโทรศัพท์ไว้แน่น

และเบอร์โทรออกล่าสุดของเธอไม่ใช่โทรแจ้งตำรวจ
หรือเรียกรถพยาบาล แต่แม่เลือกที่จะโทรหา 'ผม'
สิ่งสุดท้ายในชีวิตที่แม่ผมเลือกที่จะทำคือ โทรศัพท์หาผมเพื่อฟังเสียงของผม
วินาทีนั้นน้ำตาของผมไหลอาบแก้ม ผมพูดอะไรไม่ออก มือและตัวของผมสั่น
วันนั้นผมเลือกที่จะคุยกับแฟนผม ดีกว่าที่จะคุยกับแม่ของผม
 
ผู้หญิงคนเดียวในโลก ที่คุยกับผมเป็นคนแรกในชีวิต
ผู้หญิงคนเดียวที่ผมสามารถที่จะคุยกับเธอได้ทุกเวลา
โดยที่ผมไม่ต้องเตรียมบทพูดใดๆ ไม่ต้องกังวลว่าเธอจะประทับใจหรือไม่
ไม่ต้องมีมุข ไม่ต้องมีคำหวานใดๆ
คนเดียวในโลก ที่โทรมาหาผมเพียงแค่ฟังผมพูดประโยคเดิมๆ
คนเดียวในโลกที่ไม่ว่าโทรศัพท์เธอจะโปรโมชั่นแพงแค่ไหนก็ยังโทรหา ผม
'และคนเดียวในโลก ที่เลือกคุยกับผมในวินาทีสุดท้ายในชีวิต'
 
ในบางครั้งประโยคที่ว่า 'ไม่มีคำว่าสาย หากเราคิดที่จะแก้ตัว'
มันก็ไม่เป็นความจริง 'เพราะบางปรากฏการณ์ในโลก เกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว'

อาจเป็นเพราะเวรกรรมของผม
หลังจากนั้นไม่นานแฟนผมที่ผมใช้เวลาคุยกับเธอวันหลาย ๆ ชั่วโมงก็ทิ้งผมไป
วันนี้ผมเริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้น
หลายๆ อย่างที่คนส่วนใหญ่ทำ มิได้หมายถึงสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป
เพราะตัวเราเท่านั้นที่เป็นผู้ต้องรับผลการกระทำของเ ราเอง
'เราจะรู้ว่าสิ่งใดสำคัญ ก็ต่อเมื่อเราต้องเสียมันไป'
ทุกวันนี้ผมนั่งมองโทรศัพท์
รอที่จะตอบคำถามเดิมๆ ให้ผู้หญิงคนหนึ่งฟัง
แต่ผู้หญิงคนนั้นคงไม่มีอีกแล้ว
 
 
May 29

อยากได้เก้าอี้แบบไหนกัน...

โต๊ะกับเก้าอี้นั้นเป็นของคู่กันที่ไม่จำเป็นต้องใช้คู่กันในทุกครั้ง
บางทีเราอาจแค่ต้องการนั่งบนเก้าอี้
และบางทีเราก็อาจแค่ต้องการโต๊ะไว้วางของเพียงอย่างเดียว
แต่...ถ้ามันอยู่ด้วยกันก็จะดูสมบูรณ์แบบได้มากกว่า
และประโยชน์ใช้สอยมันก็จะมากกว่าด้วย
เหมือนกับผู้หญิงกับผู้ชายที่เป็นของคู่กัน ..อย่างไรอย่างนั้น
มีเพื่อนคนหนึ่งถามฉันต่อว่า
แล้วตกลงผู้หญิงหรือผู้ชาย
ใครกันที่เป็นโต๊ะ ใครกันที่เป็นเก้าอี้”
ฉันตอบไปว่า
“โต๊ะน่าจะเป็นผู้ชาย
และเก้าอี้น่าจะเป็นผู้หญิง
เพราะโต๊ะสามารถมีเก้าอี้
ได้มากกว่าหนึ่ง แต่ถ้า
เมื่อไรก็ตามที่เก้าอี้ริจะมีโต๊ะมากกว่าหนึ่งจะดูไม่งาม
และสังคมจะรุมประนามทันที” (ฮา)

แล้วเพื่อนคนเดิมมันก็ถามต่ออีกว่า
“ก็แล้วจะมีโต๊ะสักกี่ตัวในโลกนี้
ที่มันอยากจะมีเก้าอี้แค่เพียงตัวเดียว”
ฉันก็เลยตอบมันไปว่า
“ก็โต๊ะเขียนหนังสือไงแก..
แกเคยเห็นใครวางเก้าอี้ไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือมากก
ว่าหนึ่งตัวกันบ้าง

ไม่เหมือนโต๊ะกินข้าวกับโต๊ะรับแขก พวกนี้เจ้าชู้
มีเก้าอี้ตั้งเยอะ บางบ้านก็ 4 ตัว
บางบ้านก็ 6 ตัวหรืออาจมากกว่า”
“อ๊ะ ..แต่โต๊ะเครื่องแป้งเค้าก็รักเดียวใจเดียวเหมือนกันนะ
.มีเก้าอี้ตัวเดียวเหมือนกัน” มันเสริมให้
“เออ..จริงว่ะ”
“อาจเป็นเรื่องของขนาดก็ได้มั้งแก
ก็โต๊ะกินข้าวน่ะมันมีขนาดใหญ่
มันก็เลยต้องการเก้าอี้มากๆ เพื่อมาเสริมบารมี

เหมือนคนรวยๆชอบมีอีหนูเยอะๆไว้ประดับบารมี
ส่วนโต๊ะเขียนหนังสือ โต๊ะเครื่องแป้งน่ะ ขนาดมันไม่ใหญ่
เหมือนคนฐานะปานกลางไปจนถึงยากจน
จะมีเมียมากกว่าหนึ่งก็เลี้ยงไม่ไหว”
มันอธิบายเสียยืดยาว แล้วฉันก็ฮาอีก
ในความช่างคิดของทั้งมันและฉัน มานั่งนึกแล้วก็อดขำไม่ได้
ในความเหมือนโดยบังเอิญระหว่างโต๊ะกับเก้าอี้
และความสัมพันธ์ระหว่างหญิงกับชาย

มาพูดถึงเก้าอี้กันบ้าง
เพื่อนมันถามฉันต่อว่า
“แล้วแกว่าเก้าอี้แบบไหนในโลกวะ
ที่มันจะชอบมีโต๊ะมากกว่าหนึ่ง”
มันเล่นเอาฉันคิดนานอยู่เหมือนกัน
“ก็เก้าอี้ล้อเลื่อนไงวะ
พวกนี้ชอบเลื่อนไปโต๊ะโน้นย้ายมาโต๊ะนี้
เปลี่ยนโต๊ะอยู่เรื่อย”
คราวนี้เปลี่ยนมาเป็นมันบ้างที่ขำ

“เค้าเรียกมีรักสำรองเผื่อเลือกใช่ไหมแบบนี้” มันว่า
คงยุ่งน่าดูถ้าเก้าอี้ล้อเลื่อนมาเจอกับโต๊ะกินข้าว
เราก็เลยไม่เคยเห็นใครเอา
เก้าอี้ล้อเลื่อนมาตั้งกับโต๊ะกินข้าวเลยสักที
มันก็คงเหมือนการที่แม่เหล็กขั้วเดียวกันมันจะผลักกันนั่นแหละ
เราเลยไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่นัก
ที่ผู้หญิงไวไฟจะมาจับคู่กับผู้ชายเจ้าชู้
โดยมากถ้าอีกฝ่ายเจ้าชู้
อีกฝ่ายจะสงบสยบอยู่เสียมากกว่า
มันถึงจะอยู่ด้วยกันได้ ไปด้วยกันรอด

ในความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน
ฉันว่าเราไม่จำเป็นต้องเป็นโต๊ะกับเก้าอี้ที่สวยหรูงดงามมากมายอะไรนัก
แค่พอดูได้ ใช้งานได้ มันก็ไม่น่าเกลียดอะไรแล้วล่ะ
เอาแค่แบบโต๊ะเขียนหนังสือ
มีโต๊ะหนึ่งเก้าอี้หนึ่ง นั่งแล้วรู้สึกสบาย
ถ้าเหนื่อยนักก็ฟุบหน้าหลับตาพักได้

หรือถ้าจะสวยงามก็ขอให้มันดูสวยงามแค่อย่างโต๊ะเครื่องแป้ง
ที่ดูดีสวยงาม เพราะหมั่นดูแลกันและกัน
เป็นกระจกคอยสะท้อนซึ่งกันและกัน
อยู่ร่วมกันโต๊ะหนึ่งเก้าอี้หนึ่งอย่างเข้าใจ

อย่าให้ต้องเป็นเหมือนโต๊ะกินข้าวที่ยิ่งใหญ่ร่ำรวย
แต่ก็ไม่สามารถดูแลเก้าอี้ที่มีได้อย่างทั่วถึง
กว่าจะแบ่งความห่วงใยมาใส่ใจแต่ละที
ก็คงต้องรอจนเหงาเฉาตายกันไปเสียก่อน

หรือไม่จำเป็นต้องสวยงามหรือหรูหราถึงขนาดโต๊ะรับแขก
ที่มีเอาไว้แค่เพียงอวดชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมา
ใครเห็นใครพบก็สบายใจ
แต่เก้าอี้(โชฟา)นี่สิช้ำ
ต้องโดนโถมโดนทับไม่รู้จักเท่าไหร่
เพราะใครๆก็พากันแวะ

ถ้าจะมีความรักฉันอยากรักแบบโต๊ะเขียนหนังสือ
หรือโต๊ะเครื่องแป้งก็พอ ไม่ยิ่งใหญ่ ไม่หรูหรา
แต่อบอุ่นพอให้บ้านน่าอยู่อาศัย
ฉันว่าถ้าแท้จริงแล้วคนเราวัดคุณค่ากันจากภายในจิตใจ
โต๊ะกับเก้าอี้ก็คงไม่ต่าง
ตรงที่เราวัดคุณค่ามันจากประโยชน์ใช้สอยมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก

บางทีเก้าอี้อาจขาหักขาโยกไปบ้างนะ
ถ้าตั้งเองไม่ได้ก็ไม่เป็นไร อาศัยพิงเก้าอี้เอาก็ได้
ก็ไหนๆเราก็คู่กันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ
หรือบางที โต๊ะอาจสึกมีรอยบิ่นรอยขีดข่วนไปบ้างก็ไม่เป็นไรหรอกนะ
เพราะเก้าอี้เค้าจะคอยบดบังให้เอง

ความจริงแล้ว คนเรารักกันมันไม่ต้องการองค์ประกอบอะไรที่มากมายเลย
แค่หมั่นเติมเต็มซึ่งกันและกันก็พอแล้ว
เพราะโต๊ะกับเก้าอี้ที่ไม่เข้าชุดกัน เมื่อจับมาวางคู่กัน
ประโยชน์ใช้สอยมันก็ไม่ได้ลดน้อยลงไป
แค่ความสวยงามมัน(อาจจะ)ลดน้อยลงไปเท่านั้นเอง
แล้วบ้านของคุณเองล่ะอยากให้มีโต๊ะกับเก้าอี้แบบไหน

เคยคิดเอาไว้บ้างหรือเปล่า.........

May 14

my dear...

เมื่อวันเวลาพาชีวิตสองเรา...มาพบกัน...เหมือนบังเอิญ..
เธออยู่ตรงนั้นซึ่งไกลเกินกว่า...จะพบกัน...
ได้เพียงแค่ฝันเจอเธอแค่ในนี้

แต่วันนี้เธออยู่ตรงนี้กับฉัน....ในวันที่ไม่เหลือใคร
อยู่บนพื้นดิน...ฝ่าขวากหนามกับฉัน....ที่รักฉันขอบคุณ

ออกเดินไปตามเส้นทางฝันของเรา.....อาจแสนไกล.....ไม่เคยหวั่น
แค่ยังมีเธอคอยอิงฉันทุกคืนวัน...ที่ท้อกาย....และใจจะหายกลับกลายเป็นรอยยิ้ม

และวันนี้เธออยู่ตรงนี้กับฉัน....ในวันที่ไม่เหลือใคร
อยู่บนพื้นดิน....ฝ่าขวากหนามกับฉัน....ที่รักฉันขอบคุณ

เธอคือคนสุดท้ายในชีวิต..ที่ฟ้าจะลิขิต..ให้เรารักกัน..
ไม่มีวันที่รักเราเปลี่ยนผัน..ตราบฉันและเธอ..หมดรักสิ้นลมหายใจ

เธอคือทุกอย่าง...เธอคือทุกอย่าง...เธอคือทุกอย่าง...

เธอคือคนสุดท้ายในชีวิต...ที่ฟ้าจะลิขิต...ให้เรารักกัน...
ไม่มีวันที่รักเราเปลี่ยนผัน...ตราบฉันและเธอ...หมดรักสิ้นลม...หายใจ
May 10

White Love Story

Glitter Graphics

เพิ่งได้รู้ได้เข้าใจสายตาที่เธอมองมา นั้นมีอะไรอยู่ภายใน

ซ่อนความเดียวดายฉันเองได้สัมผัสถึง

ตลอดเวลาอยากจะถามว่าเธอรู้ตัวบ้างไหมว่ามีใจให้เธอ

แม้ไม่เคยเอ่ยสักคำแต่ลึกในใจเราไม่ต่างกัน
อยากจะขอมือเธอให้ฉันจับไว้ได้ไหม

จะไม่ยอมให้อะไรแยกเราไกลห่าง

และจะทำทุกทางให้ทุกลมหายใจได้มีเธอ
ขอแค่เพียงมือเธอให้ฉันจับไว้ความเหงาก็อันตรธาน

ค่ำคืนและวันจะสวยเพียงไรเมื่อเรามีกัน
ผ่านเวลาที่ช่างดูเงียบงัน หัวใจอ้างว้างล่องลอยมาพบกัน

ได้เติมเต็มคืนและวันรอยยิ้มของเธอได้หยุดเวลาไว้

อยากจะขอมือเธอให้ฉันจับไว้ได้ไหม

จะไม่ยอมให้อะไรแยกเราไกลห่าง

ฉันจะทำทุกทางให้ทุกลมหายใจได้มีกัน

ขอแค่เพียงมือเราจับกันเอาไว้จากนี้ไม่กลัวอะไร

มีเธอข้างกาย ชีวิตได้มีเธอเป็นของขวัญ
ขอแค่เพียงมือเราจับกันเอาไว้จากนี้ไม่กลัวอะไร

มีเธอข้างกาย แค่รู้ว่ามีเธออยู่ข้างกัน โลกนี้ฉันไม่ต้องการสิ่งใด

 

처음엔 알지 못했어

  나를 보는 그대의 눈빛이
그렇게 안타까웠는지
언제나 묻고 싶던
아주 조금 알고 있는지
한번도 얘기한 없었지만
이젠 아는데 그대도 나처럼
하루하룰 헤매였던
잠들 없이 너무 아파했었다는
손을 잡아요 다시는 그대를 놓지 않을게
사랑해요 내가 숨쉬는 날까지
그대로 멈춰버렸죠
나에겐 모질게만 대하던 그대가

보며 웃어주던

이젠 아는데 그대도 나처럼
하루하룰 헤매였던
잠들 없이 너무 아파했었다는
손을 잡았죠 다시는 나를 놓지 말아요
사랑해요 내가 눈감는 날까지